นายบุญสม เลิศหิรัญวงศ์

ประธานกรรมการ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 (COVID-19) ในปี 2563 ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะวิกฤตครั้งรุนแรง ขณะที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงจากปี 2562 ถึงร้อยละ 83 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2563 หดตัวร้อยละ 6.1 ซึ่งกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวม

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ผลการดำเนินงานปี 2563 ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีรายได้รวมจากธุรกิจหลัก 9,138 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 14 คิดเป็นสัดส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และรายได้จากค่าเช่าและบริการ ร้อยละ 93 และร้อยละ 7 ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิเท่ากับ 2,123 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 26 อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น รวมทั้งมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.64 เท่า (ปี 2562 เท่ากับ 0.77 เท่า) ทำให้บริษัทฯ ยังคงระดับความน่าเชื่อถือจากการจัดอันดับเครดิตโดย TRIS Rating อยู่ที่ระดับ A- / Stable

ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เปิดโครงการแนวราบใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 4 โครงการ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 โครงการ และทาวน์เฮ้าส์ 2 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 5,012 ล้านบาท ภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) วิเคราะห์ข้อมูลโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) เพื่อเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 2) พัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน 3) เพิ่มประสิทธิภาพการขาย เพื่อเพิ่มยอดขายในแต่ละโครงการโดยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และ 4) ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นและให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างสมดุลที่เหมาะสมใน 3 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้า รวมทั้งให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายที่ครบวงจรและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในโครงการ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเน้นการดำเนินงานบนพื้นฐานของการกำกับดูแลที่ดี โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้รับผลการประเมินการสำรวจการกำกับดูแลกิจการตามโครงการ Corporate Governance Report of Thai Listed Companies (CGR) ในระดับดีเลิศ (Excellent) เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

ท้ายที่สุดนี้ คณะกรรมการบริษัท ใคร่ขอขอบคุณลูกค้า ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ สถาบันการเงิน คู่ค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา และบริษัทฯ จะยังยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

(นายบุญสม เลิศหิรัญวงศ์)

ประธานกรรมการ