การลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อย การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ และการเปลี่ยนชื่อบริษัทย่อย


ที่ บชง. 0434/2553

วันที่ 15 ตุลาคม 2553

เรื่อง การลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อย การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ และการเปลี่ยนชื่อบริษัทย่อย

เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามที่ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) ("บริษัทฯ") ได้มีการลงทุนเพิ่มในหุ้นสามัญของบริษัท คาซ่า วิลล์ จำกัด ("บริษัทย่อยที่ 1") และบริษัท เดอะ คอนฟิเด้นซ์ จำกัด (เดิมชื่อ "บริษัท เซ็นเตอร์พอยท์ แมเนจเม้นท์
จำกัด") ("บริษัทย่อยที่ 2") และบริษัทฯได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ขึ้น 2 บริษัท คือ บริษัท คาซ่า วิลล์ (ระยอง 2553) จำกัด ("บริษัทย่อยที่ 3") และบริษัท คาซ่า วิลล์ (เพชรบุรี 2553) จำกัด ("บริษัทย่อยที่ 4") ซึ่งบริษัทฯขอชี้แจง รายละเอียด ดังนี้

1) บริษัท คาซ่า วิลล์ จำกัด บริษัทฯถือหุ้นในอัตราร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ในระดับราคา 3.5-6.0 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม ในระดับราคา 2.0-6.0 ล้าน
บาท ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2553 บริษัทย่อยที่ 1 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 29 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท เพื่อนำเงินเพิ่มทุน ดังกล่าวไปชำระคืนเงินกู้ยืมบริษัทฯ เพื่อให้ฐานะการเงินของบริษัทย่อยที่ 1 ดีขึ้น

บริษัทฯได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวทั้งจำนวนเป็นจำนวนเงิน 2,900 ล้านบาท ซึ่งทำให้การถือหุ้นในบริษัท ย่อยที่ 1 เท่ากับอัตราร้อยละ 100 คงเดิม ทั้งนี้ บริษัทฯได้นำเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2 และ 3/2553 จำนวนเงินรวม 3,000 ล้านบาท มาชำระเงินเพิ่มทุนในบริษัทย่อยดังกล่าว

2) บริษัท เดอะ คอนฟิเด้นซ์ จำกัด (เดิมชื่อ "บริษัท เซ็นเตอร์พอยท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด" ได้จดทะเบียน เปลี่ยนชื่อบริษัท เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552) ซึ่งบริษัทฯถือหุ้นดังกล่าวผ่านบริษัทย่อยที่ 1ในอัตราร้อยละ 100 ปัจจุบันประกอบธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ในระดับราคา 2.0-3.0 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม ในระดับราคา 1.0-2.0 ล้านบาท ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2553 บริษัทย่อยที่2 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 9 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท เพื่อนำเงินเพิ่มทุนดังกล่าวไปชำระคืนเงินกู้ยืมบริษัทฯ เพื่อให้ฐานะการเงินของบริษัทย่อยที่ 2 ดีขึ้น

บริษัทย่อยที่ 1ได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวทั้งจำนวนเป็นจำนวนเงิน 900 ล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทฯถือหุ้นผ่านบริษัทย่อยที่ 1 เท่ากับอัตราร้อยละ 100 คงเดิม ทั้งนี้ บริษัทย่อยที่ 1ได้ใช้เงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงานในการชำระเงินเพิ่มทุนในบริษัทย่อยดังกล่าว

3) บริษัท คาซ่า วิลล์ (ระยอง 2553) จำกัด ในวันที่ 15 มิถุนายน 2553 บริษัทย่อยที่ 1ได้จัดตั้งบริษัทย่อยที่ 3 โดยมีทุนจดทะเบียนเป็นจำนวนเงิน 5 ล้านบาท ประกอบกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 50,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยบริษัทฯถือหุ้นดังกล่าวผ่านบริษัทย่อยที่ 1 ในอัตราร้อยละ 100 เพื่อประกอบธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ในระดับราคา 3.0-4.0 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม ในระดับราคา 1.5-2.0 ล้านบาท ในจังหวัดระยอง

การรายการสารสนเทศข้อ 3) เป็นรายการที่มีขนาด 0.018%ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ณ งบการเงิน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้ว ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการเปิดเผยรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์

4) บริษัท คาซ่า วิลล์ (เพชรบุรี 2553) จำกัด ในวันที่ 15 มิถุนายน 2553 บริษัทย่อยที่ 1ได้จัดตั้งบริษัทย่อยที่ 4 โดยมีทุนจดทะเบียนเป็นจำนวนเงิน 5 ล้านบาท ประกอบกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 50,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยบริษัทฯถือหุ้นดังกล่าวผ่านบริษัทย่อยที่ 1 ในอัตราร้อยละ 100 เพื่อประกอบธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ในระดับราคา 4.0-6.0 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม ในระดับราคา 1.5-2.0 ล้านบาท ในจังหวัดเพชรบุรี

การรายการสารสนเทศข้อ 4) เป็นรายการที่มีขนาด 0.018%ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ณ งบการเงิน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้ว ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการเปิดเผยรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์

 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

 

ขอแสดงความนับถือ

 

(นางสุวรรณา พุทธประสาท)
รองกรรมการผู้จัดการ

 

ฝ่ายบัญชีและการเงิน
โทรศัพท์ 0-2677-7000 ต่อ 786
โทรสาร 0-2677-7011

เอกสารแนบ